"ต้นไม้ถ้าลูกมันรสไม่ดี
ก็มีแต่คนจะโค่นต้ทิ้ง
ไม่มีใครคิดจะบำรุงรักษาไว้
ตรงข้ามถ้าลูกมันรสดี
ทั้งหวานทั้งมัน
เจ้าของก็อยากใส่ปุ๋ย
พรวนดินรดน้ำทะนุถนอมให้คงต้นอยู่นาน
ๆ
ต้นไม้ผลจะคงต้นอายุยืนได้รับการบำรุงรักษาดีเพียงไร
จึงขึ้นอยู่กับลูกของมัน"
คนเราก็เช่นกัน
ถ้าลูกทำดี
คนทั้งหลายก็ชมมาถึงพ่อแม่ว่าเลี้ยงลูกดีความสุขกายสบายใจก็ติดตามเพราะลูก
ความดีบุญกุศลก็ไหลมาเพราะลูกแต่ถ้าลูกทำชั่วช้าเลวทราม
คนทั้งหลายก็แช่งด่ามาถึงพ่อแม่ด้วยเหมือนกันสร้างความลำบากให้พ่อแม่
ทั้งทรัพย์สินเงินทองชื่อเสียงเสียหายไปเพราะลูกพระสัมมาสัมพุทธจ้าทรงชี้ว่า
สิริมงคลของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่อยู่ที่ลูกและในทางตรงข้าม
ถ้าไม่ป้องกันแก้ไขให้ดีแล้ว
อัปรีย์จัญไรก็จะมาจากลูกนั่นเหมือนกัน
ทำไมจึงต้องเลี้ยงดูบุตร
วันหนึ่งเราต้องแก่และตาย
สิ่ที่ยากได้กับทุกคน คือ
ความปีติ ความปลื้มใจ
ไว้หล่อเลี้ยงใจให้สดชื่น
ความปลื้มปีติจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้เห็น
ผลแห่งความดี หรือผลงานดี ๆ
ที่เราทำไว้
ยิ่งผลงานดีมากเท่าไร
ยิ่งชื่นใจมากเท่านั้นแล้วอายุจะยืนยง
สุขภาพจะแข็งแรง
สุดอดผลงานของนักปฏิบัติธรรม
คือ การกำจัดกิเลสในตัวให้หมด
สุดยอดผลงานของโลก คือ
การมีลูกหลานเป็นคนดี
ถ้าลูกหลานเป็นคนเลว
มันช้ำใจยิ่งกว่าถูกใครจับใส่ครกโขลกเสียอีก
เลี้ยงสุนัขแล้วกัดสู้สุนัขคนอื่นไม่ได้ยังเจ็บใจ
เลี้ยงลูกแล้วดีสู้ลูกคนอื่นไม่ได้มันจะช้ำใจสักแค่ไหน
ความหวังสุดยอดของชาวโลก
๑.บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว
จักเลี้ยงตอบแทน
๒.บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว
จักทำกิจแทนเรา
๓.วงศ์สกุลของเราจัดดำรงอยู่ได้นาน
๔.บุตรจักปกครองทรัพย์มรดกแทนเรา
๕.เมื่อเราละโลกไปแล้ว
บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้
เพราะเล็งเห็นฐานนะ ๕ ประการนี้
บิดามารดาจึงอยากได้บุตร
บุตรแปลว่าอะไร ?
บุตร มาจากคำว่า ปุตฺต แปลว่า
ลูก มีความหมาย ๒ ประการ คือ
-ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์
-ผู้ยังหทัยของพ่อแม่ให้เต็มอิ่ม
ประเภทของบุตร
ประเภทของบุตแบ่งโดยความดีในตัว
ได้เป็น ๓ ชั้น ดังนี้
๑.อภิชาตบุตร คือ
บุตรที่ดีมีคุณธรรมสูงกว่าบิดามารดา
เป็นบุตรชั้นสูง
สร้างความเจริญแก่วงศ์ตระกูล
๒.อนุชาตบุตร คือ
บุตรที่มีคุณธรรเสมอบิดามารดา
เป็นบุตรชั้นกลาง
ไม่สร้างความเจริญแก่วงศ์ตระกูล
แต่ก็ไม่ทำให้เสื่อมลง
๓.อวชาตบุตร คือ บุตรที่เลว
มีคุณธรรมต่ำกว่าพ่อแม่
เป็นบุตรชั้นต่ำนำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล
องค์ประกอบให้ได้ลูกดี
๑.ตนเองต้องเป็นคนดี
ทำบุญมาดีจึงได้ลูกดี
เหมือนต้นไม้พันธุ์ดีก็ย่อมมีลูกพันธุ์ดี
เด็กที่เกิดในท้องแม่จะมีคุณธรรมในใจที่ติดตัวมาในระดับใกล้เคียงกับของพ่อแม่
ดังนั้นพ่อแม่ที่ต้องการได้ลูกดี
ก็ต้องขวนขวายสร้างความดีไว้มาก
ๆ ยิ่งพ่อแม่สร้างบุญมากเท่าไร
โอกาสที่จะได้ลูกดีก็มากเท่านั้น
๒.การเลี้ยงดูอบรมดี
ซึ่งจะกล่าวรายละเอียดต่อไป
วิธีเลี้ยงดูลูก
การเลี้ยงดูลูกมีอยู่ ๒ ทาง คือ
การเลี้ยงดูลูกทางโลกและการเลี้ยงดูลูกทางธรรม
ซึ่งพ่อแม่ควรจะเลี้ยงดูลูกให้พร้อมบริบูรณ์ทั้ง
๒ ทาง
วิธีเลี้ยงดูลูกทางโลก
๑.กันลูกออกจากความชั่ว
กัน หมายถึง ป้องกันกีดกัน คือ
ไม่เพียงแต่ห้าม
หากต้องดำเนินการทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ลูกตกไปสู่ความชั่ว
ซึ่งบางครั้งพ่อแม่กับลูกก็พูดกันไม่เข้าใจ
สาเหตุของความไม่เข้าใจกันนั้นมักจะเกิดจากการขัดกันอยู่
๓ ประการ คือ
-ความเห็นขัดกัน
-ความต้องการขัดกัน
-กิเลส
ความเห็นขัดกัน คือ
ของสิ่งเดียวกันแต่เห็นกันคนละทาง
มองกันคนละแง่ เช่น
การเที่ยวเตร่
เด็กวัยรุ่นมักจะเห็นว่าดี
เป็นการเข้าสังคม
ทำให้กว้างขวางทันสมัย
แต่ผู้เป็นพ่อแม่กลับเห็นว่า
การเที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำนั้น
มีผลเสียหายหลายประการ เช่น
อาจเสียการเรียน อาจประสบภัย
อาจใจแตก
เพราะถูกเพื่อนชักจูงไปให้เสีย
ครั้งห้ามเข้าลูกก็ไม่พอใจ
ดูถูกว่าพ่อแม่หัวเก่าล้าสมัย
เรื่องนี้
ถ้าจะพูด้วยความเป็นธรรมแล้ว
ลูกควรจะรับฟังความเห็นของพ่อแม่ด้วยเหตุผลง่าย
ๆ ๒ ประการ คือ
พ่อแม่ทุกคนหวังดีต่อลูก ๑๐๐
เปอร์เซ็นต์
และพ่อแม่ย่อมมีประสบการณ์
รู้ทีได้ที่เสียมามากกว่า
เราแน่ใจหรือว่าความรักของเพื่อนตั้งร้อยที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่นั้น
รวมกันเข้าทั้งหมดแล้วจะมากและบริสุทธิ์
๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
เหมือนความรักในดวงใจของพ่อแม่
คนเราทุกคนเคยเห็นผิดเป็นชอบมาก่อน
เมื่อยังเป็นเด็กอมมืออยู่นั้น
เราเคยเห็นว่าลูกโป่งอัดลมใบเดียวมีค่ามากกว่าธนบัตใบละร้อยใช่ไหม
?
จิตใจที่อยู่ในวัยเยาว์ก็ย่อมเยาว์ตามไปด้วยดังนั้นเชื่อฟังคำกล่าวตักเตือนของพ่อแม่ไว้เถิดไม่เสียหลาย
พ่อแม่เองเมื่อจะห้ามหรือบอกให้ลูกทำอะไร
ก็ควรบอกเหตุผลด้วย
อย่าใช้แต่อารมณ์
ความต้องการขัดกัน
คือ คนต่างวัยก็มีรสนิยมต่างกัน
ความสุขของคนแก่คือ ชอบสงบ
หาเวลาพักผ่อนอยู่กับบ้าน
แต่ความสุขของเด็กหนุ่มสาวมักอยู่ที่ได้แต่งตัวสวย
ๆ ไปเที่ยวเตร่นอกบ้าน
ข้อนี้ขัดแย้งกันแน่
ลูกกับพ่อแม่จึงต้องเอาใจมาพบกันที่ความรัก
ตกลงกันที่มุมรักระหว่างพ่อแม่กับลูก
รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวตามสมควร
การเลี้ยงลูกที่กำลังโตเป็นหนุ่มเป็นสาวนั้น
เหมือนการเล่นว่าวโต้ลม
ผ่อนไปนิด ดึงกลับมาหน่อย
จึงจะเป็นผลดี
กิเลส ถ้าทั้ง ๒
ฝ่าย มีความโกรธ มีทิฐิ ดื้อดึง
ดื้อด้าน หลงตัวเอง
หรือมีกิเลสอื่น ๆ
ครองงำอยู่แล้ว
ก็ยากที่จะพูดกันให้เข้าใจ
ต้องทำใจให้สงบและพูดกันด้วยใจที่เป็นธรรม
ด้วยเหตุด้วยผล
พ่อแม่ต้องฝึกตนให้เป็นคนมีคุณธรรมและสอนลูกให้เป็นคนดีมีเหตุผลเสียแต่ยังเล็ก
ปัญหาข้อนี้ก็จะเบาบางลง
๒.ปลูกฝังลูกในทางดี หมายถึง
ให้ลูกประพฤติดี
มีศีละรรมพ่อแม่ต้องพยายามเล็งเข้าหาใจของลูก
เพราะใจเป็นตัวควบคุมการกระทำของคน
ที่ว่าเลี้ยงลูกให้ดี คือ
ทำใจของลูกให้ดีนั่นเอง
สิ่งของนั้นมีอยู่ ๒ ประเภท คือ
ของกินกับของใช้
สำหรับของกินทุกคนต้องกิน
ทุกคนต้องกินเหมือนกันหมด
เพื่อให้ร่างกายเติบโตคงชีวิตอยู่ได้
ส่วนของใช้นั้นต่างคนต่างมีตามความจำเป็น
เช่น ชาวนาก็ต้องมีจอบ มีไถ
เสมียนก็ต้องมีปากกา
สมบัติทางใจก็มี ๒
ประการเหมือนกัน
ธรรมะ เป็นอาหารใจ
วิชาความรู้ เป็นเครื่องมือของใจ
ตามธรรมดาร่างกายคนถ้าขาดอาหารแล้วก็จะเสียกำลัง
ใจคนก็เหมือนกัน
ต้องมีธรรมะให้พอเพียง
อาหารทางกายกินแทนกันไม่ได้
ไม่เหมือนของใช้
มีดเล่มเดียวใช้กันได้ทั้งบ้าน
เรื่องของใจก็เหมือนกัน
ใจทุกดวงต้องกินอาหารเอง คือ
ทุกคนต้องมีธรรมะไว้ในใจตนเอง
จะถือว่าใจพ่อแม่มีธรรมะแล้วใจลูกไม่ต้องมีไม่ได้
ส่วนวิชาความรู้เปรียบเหมือนของใช้ใครจะใช้ความรู้ทางไหนก็หาความรู้เฉพาะทางนั้น
ขาดเหลือไปบ้างพออาศัยผู้อื่นได้
ใจที่ขาดธรรมะเหมือนร่างกายที่ขาดอาหาร
ใจที่ขาดวิชาความรู้เหมือนคนที่ขาดเครื่องมือทำงาน
พ่อแม่ต้องปลูกใจลูกให้มีทั้ง
๒ อย่าง
จึงจะเป็นการปลูกฝังลูกในทางดีซึ่งทำได้โดย
๑.กระทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก
๒.เลือกคนดีให้ลูกคบ
๓.หาหนังสือดีให้ลูกอ่าน
๔.พาลูกไปหาบัณฑิต เช่น พระภิกษุ
ครูบาอาจารย์ที่ดี
๓.ให้ลูกได้รับการศึกษา
ภารกิจข้อนี้ความชัดอยูแล้ว
คือให้ลูกได้เล่าเรียน
เพื่อให้มีความรู้สามารถช่วยตัวเองต่อไปได้
พ่อแม่สมัยนี้ควรจะติดตามดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ควรติดต่อกับทางโรงเรียนอยู่เสมอขอทราบเวลาเรียน
ผลการเรียน
รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ที่เด็กอ้างว่าทางโรงเรียนเรียกร้องด้วย
พ่อแม่ที่มีลูกไปเรียนไกลบ้านต่างจังหวัด
และขาดผู้ดูแลที่ไว้วางใจได้
ควรจะเป็นห่วงลูกให้มาก
หากไม่จำเป็นจริง ๆ
ไม่ควรให้เด็กอยู่หอพัก
เว้นแต่ท่านจะเชื่อใจเด็กได้
และต้องหาหอพักที่มีระเบียบข้อบังคับเคร่งครัดด้วย
๔.จัดแจงให้ลูกแต่งงานกับคนดี
ความหมายในทางปฏิบัติมีอยู่ ๒
ขั้นตอน คือ
๑.พ่อแม่ต้องเป็นธุระในการแต่งงานของลูก
ช่วยหาสินสอดทองหมั้นให้
๒.พ่อแม่ต้องพยาบาลให้ลูกได้คู่ครองที่ดี
ในข้อที่ ๒
อาจมีความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่กับลูกอยู่ไม่น้อย
คล้ายกับการกันลูกจากความชั่ว
แต่การขัดแย้งกันในเรื่องคู่ครองมักจะแรงกว่าควรจะทำความเข้าใจกันให้ดีปัญหาสำคัญมีอยู่
๒ ข้อ คือ
๑. พ่อแม่แทรกแซงความรักของลูก
มีผลดีหรือเสียอย่างไร ?
๒.
ใครควรเป็นผู้ตัดสินการแต่งงานของลูก
ปัญหาข้อแรก
ถ้าคิดดูโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
จะเห็นว่าผลดีมีมากกว่าผลเสีย
จะมีผลเสียอยู่เฉพาะในรายที่พ่อแม่ขาดจิดตวิทยา
และชอบทำอะไรเกินกว่าเหตุเท่านั้น
แต่การร่วมมือกันเป็นของดีแน่
ความจำเป็นอยู่ที่ว่า
ลูกยังอยู่ในวัยเยาว์
รู้จักโลกน้อย
มองโลกในแง่ดีเกินไป
อาจตัดสินใจผิดพลาพได้และความผิดพลาดในเรื่องคู่ครองนั้นมีผลมาก
แก้ยาก
ปัญหาข้อที่สอง
ใครควรเป็นผู้ที่ตัดสินการแต่งงานของลูก
เช่น ควรแต่งงานหรือยัง ?
ควรแต่งกับใคร ?
ทางที่ประเสริฐที่สุด คือ
ปรึกษาหารือและตกลงกัน
พ่อแม่ควรเป็นเพียงที่ปรึกษา
ไม่เจ้ากี้เจ้าการจนเกินงามต้องให้ลูกได้แต่งงานกับคนที่เขารัก
เพราะความรักเป็นมูลฐานของการสมรสฝ่ายลูกจะเลือกใครก็ต้องให้พ่อแม่เห็นชอบด้วย
เพราะการทำให้ท่านสุขใจนั้นเป็นความกตัญญูกตเวทีของเรา
และจะเป็นศรีสวัสดิมงคลแก่ครอบครัวสืบไป
แต่ถ้าหากเป็นไปเช่นนั้นไม่ได้
พ่อแม่ควรจะถือหลักว่า คนที่เราไม่ชอบแต่ลูกรัก
ดีกว่าคนที่เรารักแต่ลูกไม่ชอบ
คิดเสียว่าเขาเป็นเนื้อคู่กัน
เว้นแต่คนที่ลูกปลงใจรักเป็นคนเลว
หลอกลวงจะชักนำลูกเราไปในทางเสีย
อย่านี้ต้องห้าม
แม้ว่าลูกจะรักก็ตาม
๕.มอบทรัพย์มรดกให้เมื่อถึงกาลอันสมควร
เมื่อถึงเวลาควรให้จึงให้ถ้ายังไม่ถึงเวลาอันควรให้ก็อย่าเพิ่งให้
เช่น
ลูกยังเยาว์ยังไม่รู้ค่าของทรัพย์
ก็ควรรอให้เขาเติบโตเสียก่อนจึงให้
ถ้าลูกยังประพฤติชั่ว เช่น
หมกมุ่นอยู่ในอบายมุขก็รอให้เขากลับตัวได้เสียก่อนแล้วจึงให้
ดังนี้เป็นต้น
การทำธุระเกี่ยวกับทรัพย์มรดกให้เสร็จสิ้นก่อนตาย
เป็นการชอบด้วยพุทธประสงค์วงศืตระกูลก็มีความสงบสุขต่อไป
รายใดที่พ่อแม่ไม่ทำพินัยกรรมไว้ให้เรียบร้อย
ปล่อยให้ลูก ๆ จัดการกันเอง
ก็มักเกิดเรื่องร้าวฉานขึ้นในวงพี่
ๆ น้อง ๆ
จนถึงกับฟ้องรอ้งขึ้นศาลกันก็มี
พี่น้องแตกความสามัคคี
ทรัพย์สินก็เสื่อมหายลงเป็นเรื่องที่น่าสลดใจยิ่งนัก
วิธีเลี้ยงดูลูกในทางธรรม
๑.พาลูกเข้าวัดเพื่อศึกษาหาความรู้ทางศาสนา
๒.ชักนำลูกให้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคือ
๓.ชักนำให้ลูกทำบุญ เช่น ตักบาตร
รักษาศีล เป็นต้น
๔.ชักนำให้ลูกทำสมาธิภาวนา
๕.ถ้าลูกเป็นชายให้บวชเป็นสามเณรหรือเป็นพระภิกษุ
แล้วเข้าปฏิบัติกรรมฐาน
ข้อเตือนใจ
๑.รักลูกแต่อย่าโอ๋ลูก
อย่าตามใจลูกเกินไป
จะทำให้เด็กเสียนิสัยเหตุที่พ่อแม่ตามใจลูกเกินไป
มักเป็นเพราะ
-รักลูกมากเกินไป
รักมากจนไปไม่กล้าลงโทษสั่งสอน
-ไม่มีเวลาอบรม
รู้สึกเป็นความผิดของตัว
ที่ไม่มีเวลาให้ลูกจึงปลอบประโลมตนเองด้วยการตามใจลูกจึงปลอบประโลมตนเองด้วยการตามใจลูก
ซึ่งเป็นวิธีแก้ที่ผิด
๒.อย่าเคร่งระเบียบจนเกินไป
รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว
๓.ให้ความอบอุ่นแก่ลูกให้เพียงพอ
ไม่ว่างานจะยุ่งมากเพียงไร
ก็ต้องหาเวลาให้ลูก
มิฉะนั้นจะต้องน้ำตาตกในภายหลัง
๔.เมื่อเห็นลูกทำผิด
การตำหนิทันทีจำเป็นมาก
จะได้แก้ไขทันท่วงทีแต่ต้องใช้เหตุผล
อย่าใช้อารมณ์
และเมื่อเห็นลูกทำดี
ก็ชมเพื่อให้เกิดกำลังใจ
๕.ต้องฝึกให้ลูกทำงานตั้งแต่ยังเล็ก
การปล่อยให้เด็กอยู่อย่างสบายเกิดไปทุกอย่างมีคนรับใช้
มีเวลาว่างมากเกินไป
จะกลับเป็นผลเสียต่อเด็กโตขึ้นจะช่วยตัวเองไม่ได้
๖.การเลี้ยงลูกให้แต่ปัจจัย ๔
ยังไม่พอ
จะต้องให้ธรรมะแก่ลูกด้วย
อานิสงส์การเลี้ยงดูบุตร
๑.พ่อแม่จะได้ความปีติภาคภูมิใจเป็นเครื่องตอบแทน
๒.ครอบครัวจะสงบร่มเย็นเป็นสุข
๓.ประเทศชาติจะมีคนดีไว้ใช่
๔.เป็นต้นแบบที่ดีงามของสังคมสืบไปตลอดกาลนาน
Copyright 2000 Thailand . Allrights reserved. 4uweb@4uweb.cjb.net
Hosting : Support ASP
Best view with IE (MS Explorer)