"มีที่ไหนในโลกนี้บ้าง
ที่ทุกข์เข้าไปไม่ถึง
.......ไม่มี
เจ้าชายสิทธัตถะทำไมจึงออกบวช.......จะหาที่ที่ทุกข์เข้าไปไม่ถึง
แล้วพบไหม ........พบแล้ว
อยู่ที่ใด ........นิพพาน
มีใครตามพระองค์ไปได้บ้างไหม
........มากมาย
แล้วนิพพานอยู่ที่ไหน
.......นั่นซิ จึงต้องมาศึกษากัน
"
นิพพานคือะไร
?
นิพพาน มีคำแปลได้หลายแบบ
เช่น
- แปลว่า ความดับ คือ ดับกิเลส
ดับทุกข์
- แปลว่า ความพ้น คือ
พ้นทุกข์พ้นจากภพสาม
นิพพาน
โดยความหมาย หมายได้ ๒ นัยยะใหญ่ๆ
คือ
๑.หมายถึง
สภาพจิตที่หมดกิเลสแล้ว
๒.หมายถึง
สถานที่ที่ผู้หมดกิเลสแล้ว
ไปเสวยสุขอันเป็นอมตะอยู่ ณ
ที่นั้นๆ
นิพพาน
เป็นที่ซึ่งความทุกข์ทั้งหลายเข้าไปไม่ถึง
อยู่พ้นกฎของไตรลักษณ์
ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด
ไม่มีแก่ เจ็บ ตาย
ทุกอย่างเป็นสุขัง เป็นนิจจัง
เป็นอัตตา เป็นตัวตนที่แท้จริง
บังคับบัญชาได้
เที่ยงแท้แน่นอนไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เกิดขึ้นด้วยอำนาจการปฏิบัติธรรม
มีพระพุทธพจน์ที่กล่าวถึงนิพพานไว้หลายครั้ง
อาทิ นิพฺพานํ ปรมํ สุญฺญํ
นิพพานสูญอย่างยิ่ง คือ สูญกิเลส
สูญทุกข์ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ
นิพพานสุขอย่างยิ่ง
ทหารเมื่ออยู่ในหลุมหลบภัย
ย่อมปลอดภัยจากอาวุธร้ายของศัตรูฉันใดผู้ที่มีใจจรดนิ่งอยู่ในพระนิพพาน
ก็ย่อมปลอดภัยจากทุกข์ทั้งปวงฉันนั้น
ประเภทของนิพพาน
นิพพานมีอยู่ ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ
๑.สอุปาทิเสสนิพพาน
เรียกว่า นิพพานเป็น
อยู่ในศูนย์กลางธรรมกายในตัวของเราทุกคนที่ปฏิบัติมรรคมีองค์
๘
สามารถเข้าถึงนิพพานนี้ได้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
ยังเป็น ๆ อยู่
เป็นนิพพานของพระอริยเจ้าผู้ละกิเลสได้แล้ว
แต่ยังมีชีวิตอยู่
ยังเป็นๆ อยู่
เป็นนิพพานของพระอริยเจ้าผู้ละกิเลสได้แล้ว
แต่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่สัตว์โลกต่อไปพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้านิพพานเป็นนี้ได้
เมื่อวันที่พระองค์ตรัสรู้
นิพพานเป็นนี้
แต่ละคนก็มีเฉพาะของตนเป็นเหมือนหลุมหลบภัยในตัว
เรามีทุกข์ โศก โรค ภัยใดๆ
พอเอาใจจรดเข้าไปในนิพพาน
ความทุกข์ก็จะหลุดไปหมด
จะตามไปรังควาน
ไปบีบคั้นใจเราไม่ได้
๒.อนุปาทิเสสนิพพาน
เรียกว่า นิพพานตาย
เป็นเหตุว่างอยู่นอกภพสาม
ผู้ที่หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์เมื่อเบญจขันธ์ดับ(กายเนื้อแตกทำลายลง)เหลือแต่ธรรมขันธ(ธรรมกาย)
ก็จะถูกอายตนะนิพพานนี้
ดึงดูดให้ไปปรากฏที่นั่น
เสวยความสุขอันเป็นอมตะ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อปรินิพพานแล้วธรรมกายของพระองค์ก็ไปปรากฏประทับอยู่ที่อายตนะนิพพานนี้เอง
โดยมีธรรมกายของพระอรหันต์สาวกอยู่ล้อมรอบ
ผู้ที่สามารถทำพระนิพพานให้แจ้งได้
จะเข้านิพพานต้องเข้าด้วยธรรมกาย
มนุษย์เข้าไปไม่ได้
เทวดาเข้าไปไม่ได้
รูปพรหมเข้าไปไม่ได้
อรูปพรหมก็เข้าไปไม่ได้
ธรรมกายเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปได้
เพราะฉะนั้นผู้ที่จะทำพระนิพพานให้แจ้งได้
ก็คือ พระอริยบุคลทุกระดับ
ทั้งพระอรหันต์ พระอนาคามี
พระสกิทาคามี และพระโสดาบัน
รวมทั้งโคตรภูบุคคลที่ปฏิบัติธรรมจนมีกิเลสเบาบางเกือบถึงขั้นพระโสดาบันโดยต้องฝึกสมาธิจนเข้าถึงธรรมกาย
จากนั้นเอาใจจรดเข้าศูนย์กลางกายจึงเห็นอริยสัจ
และต้องเห็นอริยสัจอย่างชำนาญ
พิจารณาอริยสัจซ้ำแล้วก็ซ้ำอีก
จนใจแนบแน่นอยู่ที่ศูนย์กลางกาย
จึงเห็นนิพพานได้
บางท่านอาจนึกสงสัยว่า
ก็เห็นบอกว่าเข้าถึงนิพพานแล้วจะหมดกิเลสความทุกข์ตามไปรังควานไม่ได้
แล้วตอนนี้มาบอกว่าโคตรภูบุคคลซึ่งยังไม่ได้หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ก็เข้านิพพานได้
จะไม่เป็นการขัดกันเองหรือ
คำตอบคือ ไม่ขัดกัน
เพราะโคตรภูบุคคลนั้น
เมื่อเอาใจจรดเข้าพระนิพพาน
ขณะนั้นก็หมดทุกข์
กิเลสทำอะไรไม่ได้แต่ทว่าใจยังจรดอยู่ในนิพพานได้ไม่ตลอดเวลา
เมื่อไหร่ใจถอนออกมาก็ยังต้องมีทุกข์อยู่เหมือนตัวของเราถ้าหากเป็นแขกรับเชิญไปเที่ยวพักผ่อนยังปราสาทใหญ่ระหว่างที่พักอยู่ในนั้นก็มีความสุขสบาย
แต่ก็อยู่ได้ชั่วคราวเพราะยังไม่ได้เป็นเจ้าของเอง
เมื่อไหร่ครบกำหนดกลับก็ต้องออกจากปราสาท
มาสู้เหตุการณ์ภายนอกใหม่
ตัวของเราจะเข้านิพพานได้หรือไม่
คำตอบคือ ได้
โดยจะต้องตั้งใจฝึกสมาธิไปจนเข้าถึงธรรมกายก่อน
แล้วฝึกต่อไปจนเข้าถึงธรรมกายที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
เห็นอริยสัจและทำพระนิพพานให้แจ้งได้ในที่สุด
ซึ่งไม่ยากจนเกินไปที่เราจะปฏิบัติได้เพราะถ้ายากเกินไปแล้วคงไม่มีพระอรหันต์เป็นล้านๆ
รูปในสมัยพุทธกาลถ้านิพพานนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าไปได้พระองค์เดียว
คนอื่นไปไม่ได้เลย
เราจะบอกว่ายาก แต่จริงๆ
แล้วมีผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ตั้งใจฝึกสมาธิเข้านิพพานได้เยอะแยะ
แสดงว่าไม่ยากจนเกินไป
แต่แน่นอนก็คงไม่ง่ายเพราะถ้าง่ายเราก็คงเข้าไปตั้งนานแล้ว
เพราะฉะนั้นตั้งใจฝึกตัวเองกันเข้า
วันหนึ่ง
เราก็จะเป็นคนหนึ่งที่ทำได้แล้วเข้านิพานได้
ตอนนี้ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แต่ว่ายังไม่ได้ทำต่างหากอย่าเพิ่งไปกลัว
อย่าไปท้อใจเสียก่อนว่าจะทำไม่ได้
ถ้าทำจริงแล้วต้องได้
อานิสงส์การทำพระนิพพานให้แจ้ง
๑.ทำให้จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
๒.ทำให้จิตไม่โศก
๓.ทำให้จิตปราศจากธุลี
๔.ทำให้จิตเกษม
ไฟใดเสมอด้วยราคะไม่มี
โทษใดเสมอด้วยโทสะไม่มี
ทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์ไม่มี
สุขใดเสมอด้วยความสงบไม่มี
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง
สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
(พุทธพจน์)
Copyright 2000 Thailand . Allrights reserved. 4uweb@4uweb.cjb.net
Hosting : Support ASP
Best view with IE (MS Explorer)